บรรยากาศการมาถึงของนักศึกษาใหม่และเตรียมรับน้องขึ้นดอยกันอย่างคึกคัก ตามประเพณีที่ดีที่ปฎิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เราในฐานะศิษย์เก่า ก็อดคึกคักไม่ได้ขออินไปกับบรรยากาศนี้ด้วย จึงคิดว่าน่าจะร่วมวิ่งขึ้นดอยกับน้องๆด้วย จึงตั้งใจในการซ้อมวิ่งขึ้นดอยอีกครั้ง หลังจากได้ออกมาวิ่งเพื่อเรียกบรรยากาศได้สักดือนนึงแล้ว วันนี้เลยถือเป็นฤกษ์ดีได้เริ่มวิ่งจากสนามรักบี้ใน ม.ช.ผ่านหน้าสวนสัตว์ขึ้นดอยผ่านไปสักการะครูบาเจ้าศรีวิชัยและวิ่งเลยไปอีกนิดจนถึงสถานีตรวจวัดแรงสั้นสะเทือนไปกลับได้ระยะทางประมาณ 3.4 กิโลซึ่งช่วงแรกนี้เป็นช่วงที่ความสูงมันไต่ระดับชันมากแต่ถ้าผ่านช่วง 3 กิโลไปได้ก็เบาขึ้น แต่ก็ไต่ความสูงไปแบบต้วมเตี้ยมๆ หัวใจสูบฉีดดี วิ่งไปด้วยอัตราการเต้นหัวใจเฉลี่ยที่ 156 ครั้งต่อนาที สูงสุดที่ประมาณ 180 ครั้งต่อนาที ในช่วงไต่ความสูงก็พยายามไม่ให้เกิน 175 ครั้งต่อนาที ซึ่งจบการวิ่งด้วยความเหนื่อยและเหงื่อโชกเลยทีเดียว
การซ้อมต่อจากนี้ไปจะพยายามซ้อมพื้นราบโดยค่อยๆ เพิ่มระยะทางขึ้นทีละนิด และจะวิ่งขึ้นเนินเพื่อปรับให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นทีละนิด ซึ่งก็นับว่าท้าทายความฟิตของร่างกายคนที่เคยวิ่งแต่หยุดไปเฉยๆ ถึงกว่า 5 ปี เพราะเมื่อสมัยซ้อมวิ่งเพื่อลงมาราธอนการวิ่งขึ้นดอยจนถึงที่พักริมทางระยะประมาณ 10 กิโลถือว่าไม่ยาก ช่วงซ้อมเข้มข้นที่สุดยังวิ่งเลยดอยสุเทพจนถึงพระตำหนักภูพิงค์ซึ่งก็สนุกสนานไปกับเพื่อนนักวิ่งจำนวนมาก แต่การกลับมาใหม่ด้วยอายุขัยที่มากขึ้นต้องฟังเสียงของร่างกายให้มาก ค่อยๆเพิ่มไปไม่รีบร้อนเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวและเปลี่ยนแนวทางมาเป็นการวิ่งและเดินเพื่อสุขภาพอย่างถาวร สำหรับผู้สนใจการซ้อมของผมสามารถ follow ได้ที่ Twitter ชื่อ @saparun หรือจะตามให้กำลังใจใน Blog ก็ได้ครับผมจะ update Twitter อยู่ที่มุมขวาของ Blog ขอบคุณที่ติดตามครับ
Archive for the ‘My Running Story’ Category
27 May
My Running Story 04
16 Jan
My Running Story 03
16 ม.ค. 52
หลังจากสะสางงานใหญ่ตอนต้นปีและคิดจะเขียนสิ่งที่ต้อง ทำในปี 52 กลับคิดว่าอย่าเขียนเลยทำซะเดี๋ยวนี้จะดีกว่า เลยได้ฤกษ์กลับมาวิ่งอีกครั้ง หลังจากเก็บงานช่วงเช้าแล้วเข้าลองเลือกที่วิ่งในสนามกีฬากลาง มช. ได้ที่จอดรถร่มดีแล้วเปลี่ยนชุดพร้อมวิ่ง โดยวิ่งจากสนามกีฬากลางไปหน้ามอ ท่ามกลางบรรยากาศก่อนวันรับปริญญา 5 วัน ดอกไม้และความสดชื่นก็คืนกลับมาที่ มช.อีกครั้งวิ่งจนถึงสนามรักบี้บรรยากาศดีมากๆ ขนาดจะ 10 โมงแล้วอากาศยังเย็นยะเยือกวิ่งถึงจุดกึ่งกลางของเส้นทางใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็พอดีๆ แวะหยุดถ่ายรูปดอกไม้สวยๆ และเก็บบรรยากาศ บัณฑิตใหม่ที่เริ่มออกมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะถึงแม้ว่าจะย้ายพิธีรับปริญญาจากศาลาอ่างแก้วไปหอประชุม มช.แล้ว แต่ศาลาอ่างแก้วและศาลาธรรมที่เดิมเป็นที่ๆเคยรับปริญญาก็ยังได้รับความนิยม ของบัณฑิตแวะเวียนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างเนืองแน่น วิ่งจนกลับมาถึงจุดเริ่มต้นด้วยเวลา 30 นาทีพอดีเปะนับว่าเป็นจุดวิ่งที่น่าจะมาวิ่งบ่อยๆด้วยข้อดีดังต่อไปนี้
ปลอดสุนัข 100 เปอร์เซนต์
มีเนินอยู่พอประมาณช่วยเพิ่มความมันในการวิ่ง
เส้นทางร่มรื่นปลอดจากยวดยาน
จุดกึ่งกลางวิ่งที่สนามรักบี้สามารถวิ่งวนเพิ่มระยะทางได้
มีร้านอาหารมังสวิรัติให้ทานยามหิว (บริเวณหน้ามอ)
ที่จอดรถสะดวก
ห้องน้ำสะอาดกว้างขวาง มีที่อาบน้ำด้วย
มีอุปกรณ์ยกน้ำหนักติดตั้งภายนอกสำหรับวันที่ต้องการเสริมกล้ามเนื้อ
มีลู่วิ่งมาตราฐานให้ลงคอร์ต 400-1600 เมตร
สรุปว่าวันนี้วิ่งไปได้ 30 นาทีแบบเบาๆ นับว่าเป็นวันแรกของปีนี้ วันจันทร์จะเข้าใช้บริการวัดสมรรถภาพร่างกายของทาง มช.จัดไว้ให้ตอนเย็นจะได้รู้จุดเริ่มต้นของสุขภาพร่างกายและสักปลายเดือน กุมภาจะได้กลับมาวัดดูความก้าวหน้าอีกครั้ง.
10 Nov
My Running Story 02
ขอเปลี่ยนหัวข้อจาก Running Diary เป็น Running Story เพราะจนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ออกวิ่งทุกวัน แต่เมื่อวันก่อนได้แวะไปกรุงเทพหาที่พักใกล้กับสวนลุมได้เพราะจากครั้งก่อน ลองดูแล้วเวิร์คดีใกล้รถไฟใต้ดิน เช้าวันเสารลุกมาวิ่งในสวนลุมได้ปะทะกับ 2 กลุ่มนักวิ่งจากงานรณรงค์เกี่ยวกับโรคมะเร็งมากลุ่มใหญ่ วิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ ช่วงกลางๆสวนลุมได้เจอกับนักวิ่งที่มาทดสอบเวลา กรุงเทพมาราธอน ส่งเสียงทักทายกันคักคึก ทำให้สาร Adrenaline หลั่งอย่างรุนแรงคึกคัก
30 Sep
My Running Story 01
30 ก.ย. 51
วันนี้เป็นวันแรกที่ตั้งใจออกไปวิ่งหลังจากหาแรงบันดาลใจทั้งจากบนเว็บ พลิกหนังสือที่เกี่ยวกับการวิ่ง ประจวบกับตัดทอนภาระหน้าที่ที่ทำให้ปลีกตัวและเป็นข้ออ้างที่จะเริ่มวิ่งออก ไปให้หมด สถานที่วิ่งก็เป็นสนามเดิมสมัยซ้อมวิ่งเพื่อลงแข่งนั้นคือบริเวณ สนามรักบี้หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นสนามวิ่งที่มีวิวสวยอากาศดี มีที่จอดรถสะดวกสบาย วิ่งไปสักรอบครึ่งก็วิ่งออกไปหน้ามอบ่ายหน้าขึ้นดอยสุเทพ แต่ยังไม่ขึ้นในวันนี้ ถ้าขึ้นสงสัยต้องมีคนหามลงมาแน่ๆ วันนี้เอาแบบวิ่งสลับเดินสัก 20 นาทีก่อนเลยเลี้ยวเข้าไปในสวนรุกขชาติตรงข้ามสถานีตำรวจภูพิงค์ ที่นี่ก็ร่มรื่นน่าวิ่งในช่วงสัก 10-11 โมงเพราะมีแดดรำไรวนซะ 1 รอบแล้วกลับไปใน ม.ช. ได้เจอเพื่อนนักวิ่งที่ทำงานอยู่แถวนั้นแวะทักทายบางคนก็เกษียนไปสักปีกว่า แล้วถามที่อยู่เพื่อจะไปเยี่ยมเยียนตามประสาคนรู้จักกัน จนวิ่งครบ 20 นาที เหงื่อออกพอประมาณร่างกายสดชื่น พลังใจชุ่มชื่น เลยคิดว่าน่าจะมาบันทึกเป็น diary ไว้ คราวหน้าจะลงรูปประกอบเล็กน้อย สวัสดีครับ




